ນັກທ່ອງທ່ຽວໄທ ແຊຣປະສົບການ ມາທ່ຽວວັງວຽງ ແບບເສຍຄວາມຮູ້ສຶກກັບເລື້ອງທີ່ເກີດຂື້ນກັບຕົນເອງ

0
76

ຈາກຜູ້ໃຊ້ເຟສບຸກ Cara Chonnikan ທີ່ເປັນນັກທ່ອງທ່ຽວມາທ່ຽວລາວ ຢູ່ວັງວຽງໄດ້ໂພສວ່າ: ช่วงนี้กระแสรถไฟลาวจีนกำลังมาแรง เราก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ได้มาลองของใหม่ ถือว่าโชคดีจริงๆได้มาเที่ยวในช่วงที่ประเทศพึ่งเปิด ค่าเงินถูก และมีการขนส่งที่ดีขึ้น แต่วันนี้ขอมาแชร์ประสบการณ์ตรงที่เกิดขึ้นกับเราสดๆร้อนๆ

คือเราเดินทางมาเที่ยวประเทศลาวตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนาแล้ว แต่จะขอเล่าเหตุการณ์โดยย่อในวันที่เกิดเหตุขึ้นวันที่ 11 มิถุนา เราเดินทางมาถึงวังเวียง ได้ทำการเช่ารถมอไซค์ เป็นฮอนด้าเวฟ 110 รุ่นเก่าแบบเก่ามาก สภาพ 80% จากร้านเช่ามอไซค์ร้านนึง โดยวางมัดจำเป็นบัตรปชช และเสียเป็นรายวันละ 130000 กีบ เราตกลงขอเช่าเป็นเวลา 1 วันเต็ม (24ชม)

หลังจากนั้นเราก็ท่องเที่ยวไปตามประสา จนกระทั่งดึกก็ได้ออกไปเที่ยวกลางคืนที่ร้านดัง ที่ใครมาวังเวียงหรือนึกถึงวังเวียงก็ต้องรู้จักร้านนี้บาร์ดังชื่อดอกไม้ญี่ปุ่นเราก็มีความคาดหวังและรอคอยที่จะมาที่นี่อยู่แล้ว

พอมาถึง ที่หน้าร้านมีการ์ดคอยเฝ้าดูรถที่จอดหน้าร้าน ก่อนเข้าร้านการ์ดก็ได้บอกให้เราล็อคคอรถให้ดี ซึ่งเราก็ทำตามนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามปกติจนกระทั่งวันที่ 12 มิถุนายน เวลาประมาณสี่ทุ่ม เรากลับมาเที่ยวที่บาร์อีกครั้ง วันนี้ร้านเงียบกว่าเสาร์เมื่อวานและฝนก็ตก เมื่อมาถึงก็ล็อคคอรถเรียบร้อยเข้าไปดื่มตามปกติ จนกระทั่งเวลากลับ ประมาณตีหนึ่งครึ่ง รถที่เราขับมาไม่ได้อยู่ที่หน้าร้านแล้ว เราก็ตกใจ รีบบอกพนักงานให้โทรหาตำรวจให้ คำตอบที่ได้คือ ไม่มีเบอร์ตำรวจ และ ตำรวจหมดเวลาทำการแล้ว ขอดูภาพวงจรปิดก็ได้คำตอบว่า

คนดูกล้องกลับแล้ว การ์ดก็กลับแล้ว (ร้านปกติปิดตีสอง) มีแค่สองคนเท่านั้นจะดูให้ได้ เราตกใจกับความนิ่งนอนใจของทุกคน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ออกมาเดินตามหารถท่ามกลางสายฝน จนไปเจอร้านอาหารแห่งหนึ่งมีคนนั่งอยู่หน้าร้าน เราขอให้เขาโทรหาตำรวจให้ แต่พอดีมีตำรวจนั่งกินข้าวอยู่ในร้าน จึงขอให้เขาช่วย ปรากฎว่าตำรวจก็ชิลมาก บอดว่าหมดเวลาทำการแล้วเช่นกัน ขอเฟสบุ๊คติดต่อไว้ รับปากว่าจะช่วย หากแต่ให้เราไปเอาภาพกล้องวงจรปิดมาให้เขาก่อน พอกลับถึงห้องเราได้เสิร์ชในกูเกิ้ล เพราะมีลางสังหร เหมือนเป็นกระบวน

การมิจฉาชีพรึเปล่า เอารถไปเพื่อให้เรียกค่าเสียหายเฉยๆไหม ก็มีกระทู้นี้ ที่เหตุการณ์คล้ายกัน รถเช่าไม่ติดจีพีเอส https://m.pantip.com/topic/39652125?
ตำรวจคนที่พบกันที่ร้านอาหารได้มีการส่งขคเสียงมาชวนไปกินเบียร์ บอกจะได้ไม่เครียด และทำให้หลับง่ายขึ้น (งงในงง อันนี้คิดกันว่าไง?)

เช้าวันต่อมาเราติดต่อกับเพื่อนสนิทของพ่อที่น่าจะรู้จักคนในท้องถิ่น เพื่อที่จะได้ขอให้เขามาช่วยคุยในส่วนของการรับผิดชอบ เราเตรียมใจไว้ส่วนหนึ่งว่าต้องรับผิดชอบในความเสียหาย และยังไม่ได้แจ้งให้ทางร้านมอไซค์ทราบ เพราะต้องการได้ภาพกล้องวงจรปิดก่อน

ได้มีการนัดกับทางร้านเพื่อขอดูกล้องวงจรปิดแต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือเท่าที่ควร จนกระทั่งผู้ใหญ่ในท้องถิ่นต้องโทรตามให้ ถึงได้เจอและพูดคุยเรื่องเหตุการณ์
ขอบอกคร่าวๆคือผู้ใหญ่คนท้องถิ่นคนนี้เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ กับแขกที่เข้ามาพักในพื้นที่ของเขา เคสมอไซค์หายเหมือนกัน ส่วนของผู้ใหญ่คนนี้ เขารับผิดชอบให้ทั้งหมด เพราะเป็นเขตการดูแลรับผิดชอบของเขา

ตัดภาพมาที่เรา พยายามไกล่เกลี่ยเรื่องเปอร์เซนต์การชำระค่าเสียหายกับเจ้าของบาร์ เพราะวันที่รถหาย ไม่มีการ์ดที่หน้าร้าน และเราเป็นลูกค้าที่จอดรถหน้าร้านเพื่อเข้ามาใช้บริการ
ต่อมาได้นัดเจอกันที่ร้านเช่ามอไซค์ เจ้าของร้านเล่าว่า ซื้อรถมาเมื่อปีกรกฎาปีที่แล้ว ในราคา 17-18 ล้านกีบ และส่วนใหญ่ใช้เอง นี่เป็นครั้งที่สามที่รถคันนี้ถูกนำออกไปให้เช่า และเรียกร้องให้เรารับผิดชอบโดยการซื้อรถมอไซค์คันใหม่ให้ เราไม่ยอมและเมื่อตกลงกันไม่ได้ เขาเปลี่ยนเป็นให้ชดใช้เป็นเงิน 24 ล้านกีบ เพื่อที่จะได้นำเงินนี้ไปซื้อรถคันใหม่
ทำไมต้องจ่าย 24 ในเมื่อคุณซื้อมาในราคา 17-18 ล้าน??

เพราะตอนนี้ค่าเงินไทยขึ้นแล้ว หากเราชำระราคาซื้อแรก (17-18ล้าน) จะทำให้เงินไม่พอซื้อรถใหม่ในราคาปัจจุบัน แต่ในกรณีนี้รถของคุณเป็นรถที่ถูกใช้งานแล้ว และรถเมื่อซื้อออกมาจากช็อปราคาย่อมลดลงฮวบแล้ว ทำไมเรายังต้องจ่ายราคาเต็มให้?

เมื่อเจ้าตัวไม่ยอม จะทำยังไงได้ เจ้าของบาร์รับปากว่าจะช่วยเป็นเงิน 8 ล้านกีบ และเมื่อมาถึงตำรวจท่องเที่ยว ที่เขาบอกว่ามาเพื่อไกล่เกลี่ย ก็ได้แต่พูดว่าฝั่งนั้นเขาไม่ยอม แต่ไม่ได้ช่วยดูรูปแบบความเหมาะสมเลย รถก็ไม่ได้สภาพนางฟ้า แต่ให้จ่ายราคารถใหม่ สรุปก็มีแต่ดันให้เราต้องจ่าย เจ้าของร้านบาร์ที่รับปากไว้ในตอนแรก โทรตามกี่สายก็ไม่มา บอกว่าน้องชายเอารถไปใช้ ไม่สามารถมาที่ตำรวจได้ ทำให้เราต้องจ่ายเองทั้งหมดเป็นเงิน 47,000 ไทยบาท หรือ 24 ล้านกีบ

จบเรื่องนี้ไปด้วยการรับผิดชอบเองทั้งหมด แต่ก็ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ท่านนั้นและภรรยาเขามากจริงๆ ช่วยเหลือเหมือนเราเป็นลูกหลานเขาเลย ขอให้กิจการเขาเจริญรุ่งเรือง ใครไปวังเวียงแนะนำให้ไปพักที่นี่เลย น้ำใจงามมาก ช่วยตั้งแต่เช้ายันส่งเราขึ้นรถไฟกลับบ้าน ไม่ทิ้งไปไหนเลย

นี่เป็นประสบการณ์และอุทาหรณ์ที่อยากมาแชร์กับทุกคน เราชอบเที่ยวที่นี่มากและจะกลับมาอีก แต่คงต้องขอพักใจก่อน เพราะสิ่งที่เจอมันไม่โอเคมากจริงๆ จนตอนนี้เราก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าคงโดนหลอก แต่ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้แล้ว

สุดท้ายนี้ขอให้เจอคนผิด และขอให้มันถูกลงโทษ ทำมาหาแดกไม่ขึ้น ขอให้ทุกคนเที่ยวอย่างระวัง และอย่าเชื่อใจทุกคนมากจนเกินไป ถ่ายรูปรถและป้ายทะเบียนตอนเช่ามาใหม่ๆ ล็อคคอรถตลอดเพื่อไม่ให้ถูกโยนความผิดให้ว่าไม่ระมัดระวัง ขอบคุณที่อ่านจนจบ

ปล เวฟสีน้ำเงินเป็นรถที่ถูกขโมยบ่อยในวังเวียง และคงตามหาคันที่หายไปยาก เพราะมีเวฟสีนี้เป็นร้อยคันในวังเวียง ขอชี้แจงเพิ่มเติมนะคะ ทางร้านบาร์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขโมยมอไซค์ เพียงแต่ ไม่ให้ความร่วมมือเรื่องการโชว์กล้องวงจรปิดตั้งแต่แรก มีการโทรตามซ้ำ หลายรอบ

สอง รถจอดอยู่ในที่บริเวณรับผิดชอบของบาร์ ที่ในทุกๆวันควรจะมีการ์ดคอยเฝ้าดูหน้าร้าน เหมือนอย่างวันแรกที่เรามาถึง สาม เจ้าของร้านรับปากว่าจะช่วยเรื่องค่าเสียหาย แต่กลับหนีหน้าหายไป อ้างว่าน้องชายเอารถไปใช้ จึงมาที่สถานีตำรวจไม่ได้ บาร์ดังระดับโลกนะคะ รับผิดชอบได้เท่านี้ ส่วนตัวเสียความรู้สึกมาก พูดไว้ซะดิบดี มีแต่คำพูด สี่ ตอนรถหายใหม่ๆ ไม่มีใครช่วยเลยทั้งๆที่เราเป็นลูกค้า จอดรถหน้าร้านเขาเพื่อเข้ามาใช้บริการ เรามาสองคืนติดใช้เงินกับที่ร้านไปมาก แต่ได้รับผลตอบแทนแบบนี้

ຖ້າເປັນດັ່ງເຫດການທີ່ເກີດຂື້ນວອນພາກສ່ວນກ່ຽວຂອງ ຊາວຍເປັນຫູເປັນຕາ ບໍ່ລະເລີຍຕໍ່ໜ້າທີ່ແບບນີ້ ເພາະມັນເປັນໜ້າຂອງປະເທດທີ່ນັກທ່ອງທ່ຽວຢາກເຂົ້າມາທ່ຽວ ເພາະຖ້າເປັນແບບນີ້ ໃຜກໍ່ບໍ່ຢາກມາ ເສຍທັງຄວາມຮູ້ສຶກທີ່ບໍ່ດີ ແລະ ເສຍໂອກາດທີ່ນັກທ່ອງທ່ຽວຈະເຂົ້າມາທ່ຽວ ຖ້າເຈິເຫດການແບບນີ້